|
คุณมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานไหม?... ปัจจุบันคนไทยวัย 35 ปีขึ้นไปป่วยเป็นโรคเบาหวานประมาณ 2.4 ล้านคน ผู้ที่เข้ารับการ รักษากว่าครึ่งไม่เคยรู้มาก่อนว่าป่วยเป็นโรคนี้ และเป็นไปได้ว่ามีผู้ป่วยอีก 3 ล้านคนที่ยังไม่รู้ตัว ว่าเป็นโรคเบาหวาน ลองทำแบบทดสอบเพื่อตรวจดูว่าคุณมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานมากน้อย เพียงใด โดยทำเครื่องหมาย ที่ช่อง หากตรงกับสภาพหรืออาการของคุณ
หากคุณตอบใช่เป็นส่วนใหญ่ แสดงว่าคุณมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคเบาหวานจำเป็น ต้องรีบบำบัดรักษาก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป...
เบาหวานคืออะไร... เบาหวานเกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้อย่างเพียงพอหรือร่างกายตอบสนอง ต่ออินซูลินได้น้อยกว่าปกติ จึงไม่สามารถเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตรวมถึงโปรตีนและไขมันบาง ส่วนได้อย่างเหมาะสม ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติซึ่งจะเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน หลายอย่าง เช่น หัวใจวาย ตาบอด ไตวาย อัมพฤกษ์ อัมพาตและโรคติดเชื้อ เป็นต้น เบาหวาน แบ่งออกเป็น 2 ชนิดดังนี้: เบาหวานชนิดที่ 1 (เบาหวานชนิดพึ่งอินซูลิน) ซึ่งเกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้าง อินซูลินได้อย่างเพียงพอ แม้ว่าเบาหวานชนิดนี้ส่วนใหญ่จะพบในเด็กและวัยรุ่น แต่ก็อาจพบ ได้ในทุกกลุ่มอายุ ประมาณ 10% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมดเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 เบาหวานชนิดที่ 2 (เบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน) ซึ่งมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายอย่าง เช่น พันธุกรรม อายุ น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน เป็นต้น ตับอ่อนของผู้ป่วยเบาหวานชนิดนี้ส่วน ใหญ่สามารถสร้างอินซูลินได้อย่างเพียงพอ แต่ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้น้อยกว่าปกติ ประมาณ 90% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมดเป็นเบาหวานชนิดที่ 2
โรคแทรกซ้อนของเบาหวานมีอะไรบ้าง... ตา อาจเป็นต้อกระจกก่อนวัย ประสาทตาหรือจอตาเสื่อมและอาจทำให้ตาบอดใน ที่สุด ระบบประสาท ผู้ป่วยอาจเป็นปลายประสาทอักเสบ มีอาการชาหรือปวดแสบปวดร้อน ตามปลายมือปลายเท้า ซึ่งมักจะทำให้มีแผลเกิดขึ้นที่เท้าได้ง่ายและอาจลุกลามจนเท้าเน่า กระเพาะปัสสาวะไม่ทำงาน ทำให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือไม่มีแรงเบ่งปัสสาวะ กระเพาะอาหาร ไม่ทำงาน มีอาการจุกเสียด อาหารไม่ย่อย ท้องผูก ท้องเดินหรือมีอาการท้องเดินตอนกลางคืน ผู้ป่วยชายมักมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ไต มักเกิดภาวะไตวาย มีอาการบวม ซีด ความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิต ที่พบได้ค่อนข้างบ่อย ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งและตีบ ทำให้เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตและโรคหลอดเลือด หัวใจตีบซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของผู้ป่วยเบาหวาน ถ้าหลอดเลือดแดงที่เท้า แข็งและตีบ เลือดไปเลี้ยงเท้าไม่พออาจทำให้เท้าเย็น เป็นตะคริวหรือปวดขณะเดินมากๆ หรือ อาจทำให้เป็นแผลหายยากหรือนิ้วเท้าเป็นเนื้อตายเน่า ภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย เช่น วัณโรคปอด กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กรวย ไตอักเสบ กลาก โรคเชื้อรา เป็นฝีหรือพุพองบ่อย นิ้วเท้าหรือช่องคลอดอักเสบ เป็นต้น แผลที่เท้า เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยเนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานมักมีภาวะปลาย ประสาทอักเสบและภาวะขาดเลือด ทำให้เท้าชาเกิดแผลได้ง่ายและหายยากหรือเป็นเนื้อตาย เน่า บางครั้งจำเป็นต้องตัดนิ้วเท้าหรือตัดเท้า ทำให้เกิดภาวะพิการได้
ทำไมผู้ป่วยเบาหวานมักเสียชีวิตจากโรคหัวใจ... ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในอายุที่น้อยกว่าและมีความรุนแรง ที่มากกว่า เนื่องจากระดับน้ำตาลที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นจะทำให้ผนังหลอดเลือดแดงทั่วทั้งร่างกายเกิด ความผิดปกติและเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับผู้ป่วยเบาหวานมักจะมีโรคอื่นๆร่วมด้วย เช่น โรคไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เป็นต้น ซึ่งโรค เหล่านี้จะเร่งให้โครงสร้างและสภาพของหลอดเลือดเกิดความผิดปกติมากขึ้นและเร็วขึ้น หลอด เลือดหัวใจจึงเกิดการอักเสบ ทำให้คราบไขมันที่เกาะตามผนังหลอดเลือดมีการแตกออก และ เกิดลิ่มเลือดมาอุดตันหลอดเลือดหัวใจอย่างเฉียบพลันส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคหลอด เลือดหัวใจตีบจึงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้ป่วยเบาหวาน
อาการโรคหัวใจในผู้ป่วยเบาหวานจะแตกต่างจากผู้ป่วยโรคหัวใจทั่วไปอย่างไร... สำหรับอาการโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในผู้ป่วยเบาหวาน อาการเจ็บหน้าอกมักจะไม่ชัด เจนหรือไม่มีเลย เนื่องจากประสาทรับความรู้สึกเสื่อมสภาพลง จึงมักจะมีแค่อาการเหนื่อยง่าย กว่าปกติ แน่น จุกเสียดหน้าอกเหมือนอาหารไม่ย่อย ปวดร้าวที่ไหล่ คอหรือต้นแขน วิงเวียน ตัวเย็น เหงื่อออก ใจสั่นรู้สึกคล้ายจะเป็นลม อาการเหล่านี้อาจมีอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลาย อย่างก็ได้
Mr.Alamuddin
ผู้ป่วยเบาหวานชาวอินโดนีเซีย
|